มาเก๊าตั้งอยู่ในเขตมณฑลกวางตุ้ง บนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำเพิร์ล ทิศเหนือติดกับเมือง จูไห่ของมณฑลกวางตุ้ง มาเก๊าประกอบด้วยดินแดน 4 ส่วน คือ คาบสมุทรมาเก๊า, เกาะไทปา, เกาะโคโลอาน และพื้นที่ถมทะเลขึ้นมาใหม่ เรียกว่า โคไท ซึ่งจะเชื่อมต่อเกาะไทปาและเกาะโคโลอาน เข้าเป็นพื้นที่เดียวกัน  แผนที่มาเก๊า ด้วยมาเก๊าเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง 27.3 ตร.กม. (คาบสมุทรมาเก๊า 8.7 ตร.กม., ไทปา 6.3 ตร.กม., โคโลอาน 7.6 ตร.กม. และโคไท 4.7 ตร.กม.) ระหว่างมาเก๊าและไทปา เชื่อมถึงกันด้วย สะพาน 2 สะพาน คือ สะพานมาเก๊า-ไทปา ระยะทาง 2.5 ก.ม. และสะพานมิตรภาพ ระยะทาง 4.5 ก.ม. ซึ่งใช้เดินทางเข้าไปยังสนามบินมาเก๊าได้เลย |
มาเก๊า มีภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น โดยเฉลี่ยอยู่ราว 20 องศาเซลเซียส (68 ฟาเรนไฮด์) มีความชื้นสัมพัทธ์สูงเฉลี่ย 75%-90% โดยแบ่งเป็นฤดูกาลต่างๆ ได้ดังนี้
| ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.-ธ.ค.) | : | ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เหมาะแก่การท่องเที่ยว | | ฤดูหนาว (ม.ค.-มี.ค.) | : | แม้ว่าจะมีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ก็มีแสงแดด ให้พออบอุ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสอากาศเย็น | | ฤดูร้อนและฝน (เม.ย.-ก.ย.) | : | ในช่วงนี้อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว และมีความชื้น สัมพัทธ์สูงในบางช่วงจะมีฝนตกและมักเกิดพายใต้ฝุ่น ราวเดือน มิ.ย.-ส.ค.นกรณีที่เกิดพายุไต้ฝุ่นถึงระดับ8 สะพานเชื่อมไทปา, โคโลอาน จะถูกปิดลงชั่วคราว ขณะเดียวกันการเดินเรือ โดยสารและเที่ยวบินต่างๆ ระหว่าง ฮ่องกง-มาเก๊า จะถูกยกเลิกชั่วคราว จนกว่าจะปลอดภัย | | ข้อแนะนำในการแต่งกาย | : | ในช่วงฤดูร้อน ควรสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาคล้ายบ้านเรา |
| : | ในฤดูหนาว ควรสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนา ๆ หรือโอเวอร์โค้ต และควรพกเสื้อกันลมติดตัวไปด้วย | |
หลังจากโปรตุเกสได้ทำพิธีส่งมอบมาเก๊าคืนแก่จีน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 1999 มาเก๊าก็ได้รับการขนานนามใหม่ว่า “เขตปกครองพิเศษมาเก๊า” หรือ Macau, The Special Administrative Region of the People’s Republic of China ซึ่งหมายถึง มาเก๊ามี ระบอบการปกครองแบบ 1 ประเทศ 2 ระบบ กล่าวคือ มาเก๊าสามารถมีรัฐบาลและ ปกครองตนเอง ต่อไปได้เป็นระยะเวลา 50 ปี ภายใต้การดูแลของรัฐบาลจีน การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ มิได้สร้างความหวาดวิตกกังวล แก่ชาวมาเก๊าแต่อย่างใด แต่เป็นไปด้วยความยินดีปรีดายิ่ง เนื่องจากในขณะที่มาเก๊ายังเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างโปรตุเกส, มาเก๊า และจีน เป็นไปอย่างสมานฉันท์ |
ปัจจุบันมาเก๊า มีประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 450,000 คน เป็นชนเชื้อสายจีน 95% อีก 5% เป็นชาวโปรตุเกส และชนชาติอื่นๆ |
ภาษาจีนและโปรตุเกส เป็นภาษาราชการ แต่ภาษาจีนกวางตุ้ง เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ส่วนภาษาอังกฤษจะใช้กันทั่วไปตามร้านค้าและโรงแรม |
ชาวมาเก๊านับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือ ศาสนาคริสต์ เห็นได้จากมาเก๊า มีวัดและโบสถ์อยู่มากมาย |
มาเก๊ามีสกุลเงิน ที่เรียกว่า “ปาตากาส์” หรือ MOP$ มีหน่วยสตางค์เรียกว่า อาโวส (Avos) สกุลเงินปาตากาส์ มีค่าผูกพันกับสกุลดอลล่าร์ฮ่องกง โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 103.20 MOP$ = 100 HK$ เงินดอลล่าร์ฮ่องกง เป็นที่ใช้กันแพร่หลายในมาเก๊า โดยมักจะใช้แลกเปลี่ยนในอัตรา 1 ต่อ 1 คือ หากมูลค่าสินค้าเท่ากับ 5 MOP$ ก็สามารถชำระเป็น 5 HK$ ก็ได้ |
โดยทั่วไปจะใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลท์ แบบปลั๊ก 3ตาหัวกลม |
ในอดีตกาล มาเก๊า เป็นเพียงหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงเล็กๆ ชนชาติดั้งเดิม ที่เข้ามาตั้งรกรากคือ ชาวจีนกวางตุ้งและฟูเจี้ยน จนกระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 พ่อค้าชาวโปรตุเกสหลายคน ได้เข้ามาบุกเบิกในแถบทวีปเอเชีย อาทิ วาสโก ดา กามา ซึ่งได้เดินทางบุกเบิกมาถึงช่องแคบมะละกา และต่อมาในปี ค.ศ. 1513 จอร์จ อัลวาเรส เป็นชาวโปรตุเกสคนแรกที่ได้เดินเรือมาถึงดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล และได้ติดต่อทำการค้ากับจีน ความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและโปรตุเกสจึงได้เริ่มต้นขึ้น ตลอดระยะเวลากว่า 400 ปี แห่งการครอบครอง ผู้คนมักพูดถึงมาเก๊าในฐานะ อาณานิคมของโปรตุเกส แต่ในความเป็นจริงแล้ว โปรตุเกสปฏิบัติต่อมาเก๊าในฐานะ เป็นจังหวัดหนึ่งของโปรตุเกส แม้ว่าจะมีการแต่งตั้งข้าหลวงใหญ่เข้ามาปกครอง แต่ชาวมาเก๊าก็ได้รับสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่ มาเก๊าได้รับเอาความเจริญรุ่งเรืองทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาอย่างมากมาย สังเกตได้จาก ตึกรามบ้านช่อง, โบสถ์, ถนนสายคดเคี้ยวที่ปูด้วยกระเบื้องและหิน และสถาปัตยกรรมอื่นๆ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมแบบจีน นี่เองที่ทำให้มาเก๊า เป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัวที่สุด “มาเก๊า” จึงนับว่าเป็นเมืองยุโรปใจกลางเอเชียอย่างแท้จริง |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น